My Pregnancy Journey – 1st Trimester | แชร์ประสบการณ์การตั้งครรภ์ครั้งแรก ไตรมาสที่ 1

สวัสดีค่ะ วันนี้บีลงโพสต์แนวใหม่ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่อง Luxury Travel หรือ Extreme Sports เลยแต่รับประกันว่าจะเป็นโพสต์ที่น่าสนใจและได้ความรู้กันแน่ ๆ ค่ะ

เรื่องของเรื่องคือ ตอนนี้ Bee’s Journey มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต นั่นก็คือ บีตั้งครรภ์แล้ว!  เป็นลูกคนแรกเลย ด้วยความที่ก่อนตั้งท้อง บีไม่ได้มีการเตรียมตัวหรือศึกษาหาข้อมูลล่วงหน้าไว้ก่อนเท่าไหร่เลย พอท้องขึ้นมาก็เลยรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันน่าตื่นเต้นมาก และทุก ๆ วันได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เยอะ จึงคิดว่าเอามาเขียนลงบล๊อกไว้เลยดีกว่า และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อว่าที่คุณแม่ทั้งหลายด้วยค่ะ

ก่อนอื่นขอท้าวความก่อนว่า บีและคุณเบน สามีสุดที่รัก แต่งงานกันเมื่อเดือน November 2019 นี้เอง มีรูปมาให้ดูกันนิดหน่อยด้วย

Our Thai Wedding Ceremony at Nai Lert Park. Photo by Godrak Wedding Studio.

และตอนแรก พวกเรากะกันว่าปีนี้เราจะไปเล่น Surf กันก่อน (surf season จะเป็นช่วงปลาย April ถึง October) และลองเริ่มปล่อยเพื่อมีลูกซักประมาณเดือน July August  แต่สงสัยร่างกายเราทั้งสองคนจะแข็งแรงสมบูรณ์ได้ที่กันมาก เลยตั้งครรภ์เร็วกว่าที่คาดไว้หลายเดือนเลยค่ะ 555

เอาหล่ะค่ะ บีจะเริ่มเล่าเรื่องประสบการณ์การตั้งครรภ์ ไตรมาสที่ 1 ตาม Timeline เลยนะคะ

First day of Last Period: 14 Feb 2020

ก่อนอื่น วันสุดท้ายของรอบเดือนบี คือวันศุกร์ที่ 14 Feb 2020 นะคะ วันนั้นไม่ได้มีอะไรพิเศษ เป็นวันที่ขึ้นเครื่องที่ญี่ปุ่นกลับมาที่ไทย หลังจากทริป Snowboard สุดถึก 3 อาทิตย์รวดค่ะ

Annual Health Check: 9 March 2020

วันนี้บีมีนัดตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปที่โรงพยาบาลสมิติเวช  โดยส่วนหนึ่งของ Package นี้ คือมีการตรวจภายใน Ultrasound ทั้งด้านบนท้องและภายในด้วยค่ะ

ตอนที่ทำ Ultrasound คุณหมอก็ถามว่า “เอ๊ะ ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมาเมื่อไหร่ ผนังมดลูกหนานะคะ ไม่ได้ท้องใช่ไม๊คะ”  ซึ่งบีก็ตอบไปว่า ไม่ค่ะไม่ ๆๆๆๆๆๆๆ ไม่น่าจะค่ะ  ประจำเดือนน่าจะใกล้มาแล้วค่ะ คุณหมอเลยบอกอ๋อ ถ้างั้นก็คงเป็นเหตุผลที่ผนังมดลูกหนาค่ะ แต่นี่ถือว่าหนามากใช้ได้นะ มดลูกน่าจะแข็งแรงมาก ๆ 

วันนั้นบีเองก็ไม่ได้เอะใจค่ะ ตรวจสุขภาพเสร็จเที่ยง บ่ายก็ฉีกวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไป จากนั้นกลับบ้านก็เหนื่อยมากเลย คืนนั้นหลับลึกมากไม่กระดิกเลยค่ะ จากนั้นก็เหนื่อย ๆ ต่ออีกเป็นวัน ๆ ยังคิด ๆ เลยว่านี่มันคือผลข้างเคียงของวัคซีนเหรอ?

Late Period – ประจำเดือนมาช้า| 12-15 March 2020

ในช่วง 3-4 วันนี้ รู้สึกตะหงิดตะหงิดว่าทำไมประจำเดือนไม่มาซักที ประกอบกับมีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นค่ะ:

  • กินเยอะขึ้นและหิวบ่อยขึ้น มีวันนึงไปร้านอาหารอิตาเลี่ยน กินขนมปังไปเยอะ กินสลัด กิน pizza ไป 5 ชิ้นและ pasta อีกจานกว่า ๆ กินเสร็จแล้วยังรู้สึกหิว ๆ อยู่ ยังอยากกินต่ออีก แต่เบรคตัวเองไว้ค่ะ
  • ท้องผูกติดกันหลายวันโดยไม่มีสาเหตุ (ปกติโดยธรรมชาติถ่ายวันละหลายรอบค่ะ ถ้าถ่ายวันละ 2 รอบนี่ถือว่าท้องผูกละ 555)
  • หน้าอกรู้สึกนุ่ม ๆ และเจ็บ ๆ คัด ๆ ซึ่งปกติช่วงประจำเดือนมาก็ไม่ได้รู้สึกชัดเจนขนาดนี้ค่ะ
  • รู้สึกว่าหน้าตาสวยขึ้นมาก 😛  55555555 อยู่ดี ๆ ก็สวยและ glow แม้ยามหน้าสดและผมยุ่ง
I went to BACCO and ate tons of bread, salad, 5 slices of pizza and pasta and was still hungry!

Home Pregnancy Test | 16 March 2020

พอประจำเดือนมาช้าไป 4 วัน บีก็ตัดสินใจไปซื้อ Home Pregnancy Test จากร้านขายยาหน้าบ้านมาลองตรวจที่บ้านดูค่ะ โดยตรวจตั้งแต่ 05.30น วันที่ 16 นี้เลย  ซึ่งก่อนหน้านี้วันสองวันบีก็พูด ๆ กับคุณเบนไว้แล้วว่า “I think there is a possibility I might be pregnant” นะ  ซึ่งตอนนั้นทั้งบีและคุณเบนก็กึ่ง ๆ ดีใจและกึ่ง ๆ งง ๆ ตกใจ ๆ แบบไม่ได้เตรียมตัวค่ะ

ตรวจปุ๊บ รอแค่ 2 นาที เส้นคู่ก็ขึ้นชัดเจนเลย  คุณเบนตื่นพอดี เลยเอาแท่ง pregnancy test ให้ดู และบอกเค้าว่า “So, I really am pregnant”

และเช้าวันนั้น บีต้องไปพาคุณแม่ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทพอดี พอไปถึงเลยบอกคุณหมอของครอบครัวเรื่องของบี คุณหมอจึงแนะนำ refer บีให้ไปเป็นคนไข้ของคุณหมอ รัตนาภรณ์ ลีลาวิวัฒน์ ซึ่งท่านเป็นอาจารย์หมอระดับอาวุโสของ Women’s Health Center ของโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทเลยค่ะ  ซึ่งคุณหมอนัดให้เข้าพบวันที่ 20 มีนาคม 2563

Full Pregnancy Test และฝากครรภ์ | 20 March 2020

วันนี้บีมาเข้าพบคุณหมอและตรวจ Full Pregnancy Test ค่ะ  โดยขั้นแรกเลยมีการเก็บปัสสาวะ เจาะเลือด และตรวจ Ultrasound และคุณหมอถามว่าวันแรกของประจำเดือนรอบสุดท้ายคือวันที่เท่าไหร่ ซึ่งก็คือวันศุกร์ที่ 14 Feb 2020 

ถึงการตกไข่จะเกิดขึ้น 14 วันหลังจากวันแรกของรอบเดือน แต่ในการนับอาทิตย์การตั้งครรภ์ จะนับว่าวันแรกของประจำเดือนรอบสุดท้ายถือว่าเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ เพราะสามารถตรวจได้ว่าการปฏิสนธิเกิดขึ้นเป๊ะ ๆ วันที่เท่าไหร่กันแน่

เพราะฉะนั้น Pregnancy Day 1 ของบีคือวันศุกร์ที่ 14 Feb 2020 ค่ะ

และคุณหมอก็คาดเดาว่า วันปฏิสนธิ หรือ Conception (2 weeks pregnant) น่าจะอยู่ระหว่างวันที่ 1-3 March 2020

มาดู Pregnancy Chart ด้านล่างและทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ ว่า การนับอาทิตย์ นับเดือน นับไตรมาสนั้นนับกันอย่างไรค่ะ

Image from babycenter.com

1st Ultrasound | 20 March 2020 @ 4 weeks 6 days

วันนี้เป็นการตรวจครรภ์ Ultrasound ครั้งแรกเลย ซึ่งอายุครรภ์นับเป็น 5 อาทิตย์ (แต่ในความเป็นจริง baby มีอายุแค่ 3 อาทิตย์เองค่ะ เพราะ  2 อาทิตย์แรกยังไม่ได้ตกไข่เนอะ)

ทั้งบีและคุณเบนแปลกใจมาก เพราะไม่คิดว่าแค่ 5 อาทิตย์จะเห็น baby แล้ว แต่จะเห็นเป็นถุง Gestational Sack เล็ก ๆ เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.92cm และถุงอาหารสำหรับ baby ตามรูปเท่านั้นนะคะ

1st Ultrasound Result – Pregnancy 5 weeks!

ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมแทรกไว้ ณ ที่นี้ซักนิดนะคะ โดยปกติแล้ว

Gestational Sack หรือ ถุงการตั้งครรภ์ จะตรวจเห็นได้โดย Ultrasound ในอายุครรภ์ 4 week นิด ๆ

Yolk Sack หรือ ถุงไข่แดง จะตรวจเห็นได้โดย Ultrasound ในอายุครรภ์ 5 week

Fetal Pole หรือ ตัวอ่อนทารก จะตรวจเห็นได้โดย Ultrasound ในอายุครรภ์ 6 week ซึ่งตอนนี้จะตัวอ่อนจะตัวเล็กมาก ๆๆๆ และอาจจะสามารถเห็นการเต้นของหัวใจได้ด้วยค่ะ (กรี๊ดดด)

นอกจากนี้ บีมีการตรวจเลือกเช็คระดับฮอร์โมนการตั้งครรภ์ และยังตรวจอะไรอีกเยอะมากทั้งบีและคุณเบน รวมทั้งตรวจด้วยว่าติดเชื้อเอดส์กันหรือเปล่า และบีก็ขอ confirm ไว้ ณ ที่นี้เลยว่า ทั้งบีและคุณเบน ไม่ได้เป็นเอดส์ค่ะ 5555555

และก่อนคุณหมอก็นัดอีกทีอาทิตย์ถัดไป เพื่อมาฟังผล และตรวจ Ultrasound อีกครั้งเพื่อดูว่าตัว baby ยังอยู่ไม๊ (ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลุดง่ายมาก ๆ คุณหมอเลยขอเช็คบ่อยหน่อยค่ะ) และอธิบายว่า บาง case มี yolk หรือถุงอาหารของ baby แต่ไป ๆ มา ๆ ตัว baby ไม่มีการเจริญเติบโตค่ะ

วิตามิน ดี ต่ำมาก – อ้อ ลืมบอกไปว่า คุณหมอเห็นผลเลือดจากการตรวจสุขภาพเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ก็ตกใจหน่อย เพราะ Vitamin D level ในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์มาก คือแค่ 17 ng/ml เอง ซึ่งปกติอย่างน้ออออออยยยที่สุดควรไม่ต่ำกว่า 30 ng/ml แต่ถ้าระดับ International เค้าให้ไม่ต่ำกว่า 40 ng/ml เลยค่ะ)  คุณหมอเลยให้ทาน Vitamin D3 เม็ดและ 10,000IU สัปดาห์และเม็ดค่ะ

คุณเบน สามีสุดที่รักก็เป็นห่วงมากที่ระดับ Vitamin D ในเลือดของบีต่ำมาก เลยอ้อนวอนให้บีลงไปอาบแดดยามเช้าที่สระน้ำคอนโดทุกวัน วันละ 15-20 นาทีเพื่อรับ Vitamin D จากแสดงแดดค่ะ หวังว่าจะช่วยเพิ่มระดับเข้าไปอีกด้วย

2nd Ultrasound | 1 April 2020 @ 6 weeks 5 days

วันนี้คุณหมอนัดให้เข้ามาตรวจ Ultrasound ดีที เพื่อให้แน่ชัดว่าจากครั้งก่อน มีตัว Fetal Pole เกิดขึ้นแบบที่เห็นได้จริง ๆ (คราวก่อนจะเห็นค่ะ ถุง Gestational Sack และ Yolk Sack ค่ะ)

ตรวจ Ultrasound ครั้งนี้ ของ Fetal Pole หรือ เจ้า baby ตัวเล็ก ขนาดใหญ่กว่า 0.96mm แล้ว (ขนาดเท่ากับมาตรฐานประมาณ 7 week) และที่สำคัญ เห็นตัว baby เป็นติ่งเล็ก ๆ ออกมา และเห็นการเต้นของหัวใจของ baby แล้ว!!!  อายุ baby แค่นี้ หัวใจจะยังไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างนะคะ จะเป็นแค่หลอด แต่มีการเต้นตึ๊บ ๆๆๆ ถี่ ๆ แต่ทั้งคุณหมอ Ultrasound และคุณหมอครรภ์ของบี บอกว่า เต้นอย่างแข็งแรงมาก baby ดูสุขภาพดึมาก ๆ ค่ะ  😀

Baby @ 6 weeks 5 days

สำหรับ Baby Bump นั้น ยังไม่แสดงเลยค่ะ จะเห็นได้ว่าหน้าท้องเริ่ม firm น้อยลงเล็กน้อย เพราะตั้งแต่ต้นเดือน หิวมาก กินเยอะมาก และไม่ค่อยได้ออกกำลังกายค่ะ

Baby bump @ 6 weeks ขออภัยเพิ่งตื่นหน้าสดสยอง 555 Apologies for my just-woken up face…

คุณหมอให้เน้นทานและหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง ตลอดการตั้งครรภ์?

คุณหมอของบีจะขึ้นชื่อเลยว่าเป็นอาจารย์หมอที่ strict และเข้มงวดมากค่ะ  ซึ่งสำหรับบี บีว่าดีมากจริง ๆ

  • คุณหมอเน้นให้ทานโปรตีนเยอะ ๆ โดยเฉพาะปลาและไข่ขาว ทานหมูได้ห้ามมัน
  • ปลาให้พยายามทานปลาที่มีไขมันปลา Omega 3 เยอะ เช่น ตระกูล Mackerel (บีจะชอบปลา Shima Hokke และ Saba ของ Ootoya ค่ะ) ปลา Salmon ก็มีไขมันดี ๆ เยอะค่ะ แต่ทานเยอะไปก็ไม่ดีเพราะอาจะมี Mercury หรือสารปรอทเยอะหน่อย
  • ให้ทานผักใบเขียวเยอะ ๆ เช่น ผักโขม Broccoli ถั่วแระก็ดีมาก แต่
  • หลีกเลี่ยงผักคะน้าเพราะสารเคมีเยอะมาก ๆๆๆ
  • หลีกเลี่ยงไก่เพราะฮอร์โมนเยอะ และเนื้อวัวจะย่อยยากกว่าเนื้อหมู
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน น้ำตาลและสารเคมี
  • ห้ามกินเค็ม
  • ส่วนแป้ง ให้ทานพวกที่มี Glycemnic Index ต่ำ เช่น ข้าวกล้อง wholewheat bread & pasta
  • งดทุกอย่างที่ดิบ (รวมไปถึงพวก cold cuts, ham, smoked salmon, pate, etc) พวกเนยแข็งก็ห้ามกินที่ไม่ pasturised หรือผ่านการฆ่าเชื้อด้วย เพราะฉะนั้น soft cheese ส่วนใหญ่ เช่น Brie, Camenbert, Blue Cheese, Mascarpone, etc. อดหมด (อดทาน Tiramisu ด้วย!!!)
  • Pasturised Cream Cheese ท่านได้ เป็น soft cheese ที่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือแล้วเพราะฉะนั้นทานได้ เช่น Philadephia cream cheese ที่ขายทั่วไปตาม super ใกล้ ๆ พวกเนย (แต่คุณหมอก็ไม่อยากให้ทานอยู่ดีเพราะไขมันสูง แง๊)
  • และแน่นอน Alcohol และ Caffeine ก็งดค่ะ ชาต่าง ๆ กับ Chocolate คุณหมอก็ไม่ให้ทานเลยค่ะ (ถึงแม้คุณหมอและนักวิจัยหลายคนจะบอกว่า คนท้องทาน caffiene ได้วันและไม่เกิน 200mg และทาน alcohol ได้บ้าง แต่จริง ๆ ก็มี research ออกมาด้วยว่า ไม่มี safe amount สำหรับเจ้าตัวเล็ก นะคะ อีกอย่างทั้ง caffeine และ alcohol ทำให้ร่างกายของเรา dehydrate หรือขาดน้ำด้วย ซึ่งอาการ dehydrate ก็จะไม่ดีกับระบบร่างกายของเรา แล้วเราจะไปเสี่ยงดื่มทำไม รอ 9 เดือนรอได้ค่ะ)
  • สำหรับใครที่อยากทานชาที่ไร้ caffeine แต่ยังได้รสชาติชาอยู่ บีแนะนำให้ลอง Rooibos / Redbush Tea นะคะ รสชาติและสีคล้าย ๆ ชาไทย แต่เป็นชาจากทวีป Africa มี Anti-oxidant สูงมาาาากกก รอง ๆ ลงมาจาก Green Tea เลย แต่ไม่มี caffeine ค่ะ
  • และชาญี่ปุ่น Hochija ก็มี caffeine ต่ำมากจนอยู่ใน category ของชาไร้ caffeine ค่ะคะ

Week 7 – Week 12 | General Overview

ช่วงไตรมาสแรกนี้ทานวิตามินอะไร?

คุณหมอสั่งเลยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกหรือไตรมาสที่ 1 ไม่ต้องทานวิตามินอะไรทั้งสิ้น (เอาไว้ทานใน 2nd Trimester) และทานอาหารให้มีประโยชน์อย่างเดียวตลอดการตั้งครรภ์ อะไรที่ไม่ดี หรือ ไม่ได้มีประโยชน์ก็ไม่ต้องไปทานค่ะ

ให้ดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?

เนื่องจาก 3 เดือนแรก เป็นช่วงที่ลูกหลุดง่าย เพราะ placenta หรือรกกำลังถูกสร้างและยังจะสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์จนครบ 3 เดือน ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ หมอหลาย ๆ ท่านจะให้ออกกำลังกายเบา ๆ ได้ หมั่นว่ายน้ำและเดินออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 15 นาที แต่คุณหมอของบีสั่งห้ามเลย ห้ามออกกำลังกายเด็ดขาด (โยคะก็ห้ามค่ะ) ห้ามเดินเยอะ หลีกเลี่ยงการเดินขึ้นลงบันไดด้วยค่ะ

How was I feeling? บีรู้สึกอย่างไรบ้าง?

ช่วง Week 6 -12 นี้  เป็นช่วงที่บีเพลียมาาาาาากกกกกกก เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ (จริง ๆ ตลอดการตั้งครรภ์นี่ร่างกายเปลี่ยนแปลงตลอด 555) ปริมาณ Blood Volume ในร่างการเพิ่มขึ้น 50%  มีการสร้างรก placenta จากที่บีได้ชื่อว่า อึด ถึก บ้าพลัง เล่นกีฬา extreme ตลอดเวลาไม่มีเหนื่อย กลายเป็นเหนื่อยง่ายมากและเหนื่อยตลอดเวลา เดินแค่ 50 ก้าวก็ต้องหยุดพักเพราะหอบ ยิ่งมีวันนึงวิ่งขึ้นบันได 2 ชั้น (อย่าบอกคุณหมอนะ!!!) พอเสร็จแล้วหอบหนักมาก พูดอะไรไม่ได้ไปเป็นนาทีเลยค่ะ

นอกจากนี้ ช่วงนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่าง ๆ เยอะมาก ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คุณแม่ปลายคนมีอาการแพ้ท้องค่ะ

Did I experience any Morning Sickness? บีแพ้ท้องบ้างหรือเปล่า?

พูดถึงเรื่องการแพ้ท้องหรือ Morning Sickness แล้ว บีเป็นคนที่โชคดีมาก ๆ บีไม่มีอาการคลื่นไส้แพ้ท้องเลย  มีแค่กลิ่นกระเทียมหรือแกงกะหรี่เท่านั้นที่ได้กลิ่นแล้วรู้สึกว่าไม่ชอบ เหม็น แต่ไม่ถึงกับคลื่นไส้ค่ะ

แต่!!! บีกลับหิวตลอดเวลา และกินเยอะขึ้นกว่าปกติ 3 เท่า

เช้า กินอาหารเช้าช่วง 08.00 และ 10.00 

เที่ยง กินมือใหญ่ช่วง 12.00 – 13.00

บ่าย กินของว่างเยอะ ช่วง 15.30-16.00

เย็น กิน 2 มื้อ 18.00 และ 20.30 พร้อมกิน snack ก่อนนอนประมาณ 11.30

มื้อใหญ่เสริม มีถ่างตาขึ้นมากินช่วง 03.30-04.30 โดยกินจริงจังมากค่ะ เช่น ข้าวผักบุ้งผัดเต้าหู้ไข่ดาว บ้าง พาสต้าบ้าง แซนวิชบ้าง ฯลฯ 

What I ate at 3.32am สิ่งที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมากินตอนตีสามครึ่ง

แบบนี้วนไปเรื่อย ๆ เป็นอาทิตย์ค่ะ

อ้อ และยังตื่นมาเข้าห้องน้ำคืนละ 6-7 ครั้งด้วย เพราะช่วง 1st Trimester มดลูกจะกดทับกระเพาะปัสสาวะค่ะ  แต่ละวันเลยเหนื่อยและมึน ๆ ง่วง ๆ หน่อยค่ะ

22 April 2020 @ 8 weeks 5 days

8 W + 5 D | Waiting to see our Obstretician at Samitivej Sukhumvit Women’s Health Center

วันนี้เป็นวันที่บีและคุณเบนดีใจมาก เพราะเข้าไปตรวจครรภ์กับคุณหมอ นึกว่าแค่เข้าไปคุยแต่คุณหมอมีการใช้เครื่อง Doppler ช่วยขยายเสียงหัวใจของ baby ให้ฟังค่ะ

โดยตอนแรกคุณหมอบอกว่า  ลองดูนะคะ ไม่แน่ใจว่าจะได้ยินไม๊ เพราะยัง Early มาก ๆ baby ยังอ่อนมาก ๆ อายุไม่ถึง 9 อาทิตย์

แต่พอเครื่องมาโดนท้องไม่นาน โอ้โห้ เสียงหัวใจมากเต็มที่ Baby’s Heartbeat หัวใจเต้นแรงมาก @140 bpm เสียงดังฟังชัดเต้นแรงมาก ๆ ค่ะ คุณหมอยกนิ้วให้เลยบอกว่า Very healthy Very good!  คุณพ่อนี่ถึงกับน้ำตาไหลเลยยยยยย 

คุณหมอใช้เครื่อง Doppler ช่วยขยายเสียงหัวใจเจ้า Baby ตัวเล็กให้ฟังค่ะ

แต่ระดับ Vitamin D ในเลือดของบีนี่สิ ขึ้นมานิดเดียวเอง จาก 17 ng/ml เป็น 24 ng/ml คุณหมอเลยสั่ง Vitamin D3 ให้ จากทานอาทิตย์ละ 10,000IU เป็นอาทิตย์ละ 10,000IU x 2 รวมเป็น Vitamin D 20,000IU ต่ออาทิตย์ค่ะ

NIPT TEST | 7 May 2020: 11weeks 6 days

วันสำคัญ! Test นี้ถือเป็น Test ที่พิเศษมาก และ แพงมาาาาาาาาากกกกกกกกค่ะ 555 แต่

ก่อนอื่น อธิบายก่อนเลยว่า NIPT ย่อมาจาก None-Invasive Prenatal Testing (Down Syndrome Screening) คือการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดของคุณแม่โดยตรงเลย ซึ่ง Test นี้ เป็น standard test ที่หลายประเทศทั่วโลกจะให้ทำ ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์ตอนอายุประมาณ 35 ขึ้นไป (บี 34 ค่ะ)

อ้อ สมัยก่อนถ้าจะตรวจสแกนด์ Down Syndrome นี่เค้าต้องเอาเข็มใหญ่ ๆ ยาว ๆ เจาะท้องเข้าไปดูดน้ำคร่ำออกมาเลยนะคะ น่ากลัวมาาาาากกกกกก มีรูปตัวอย่างมาให้ดูกันด้านล่างค่ะ

Down Syndrome Screening in the past | Image from Healthjade.net

วันนั้นที่บีไปเจาะเลือด ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารค่ะ เจาะได้เลย แต่ต้องรอผลตรวจอีก 2-3 อาทิตย์ เพราะทางโรงพยาบาลต้องส่ง sample เลือดออกไปตรวจใน lab เฉพาะทาง

Highlight ของวันนี้ คือ การได้ทำ Ultrasound แบบละเอียด ทำตั้งครึ่งชั่วโมง ความพีคคือ บีและคุณเบน ไม่คิดว่าตัวน้อย อายุแค่ 12 อาทิตย์จะเห็นอะไรเป็นรูปร่างเป็นตัวเป็นตน แต่!!! พอ Ultrasound ปั๊บ เห็นตัว baby เป็นรูปร่าง baby เลย ทึ่งมาก ๆ และตื้นตันมาก ๆ ค่ะ  คุณเบนร้องไห้กลั้นน้ำตาไม่อยู่เลย สะอึกสะอื้นอยู่นาน  Baby รูปร่างลักษณะและมีการขยับเขยื้อนตัวอย่างไร ลองมาดูตัวอย่างกันด้านล่างนะคะ

จากการดู Ultrasound อย่างละเอียด ลักษณะและขนาดต่าง ๆ ของ baby ไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค Downsyndrome นะคะ และการเจริญเติบโตทุกอย่างปกติดีและแข็งแรงมาก

แต่อย่างไรก็ตาม คุณหมอก็ชี้แจงว่า การตรวจ Ultrasound นี้แม่นยำเพียงแค่ประมาณ 80% ต้องรอผลตรวจเลือด NIPT อีก 2-3 อาทิตย์ถึงจะได้ผลที่แม่นยำจริง ๆ ค่ะ  และผลพลอยได้จากการตรวจ Down Syndrome Screening นี้ ก็คือเราจะได้ทราบเพศของเจ้า baby ตัวเล็กของเราด้วย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม!!! (สมัยก่อนต้องรอ Ulatrasound เวลาอายุครรภ์ประมาณ 20 week ถึงจะรู้เพศ และก็อาจจะไม่แม่ยำ 100% ด้วยว่าเป็นเพศไหนนะคะ)

ปกติแล้ว ตัวอย่าง sample เลือดจะถูกส่งนำไปตรวจที่ Lab ในประเทศสหรัญอเมริกาเลย แต่เนื่องด้วยช่วงนั้นเป็นช่วง Covid-19 พอดี ทางโรงพยาบาลก็ส่งไปตรวจที่ Lab เฉพาะทางในประเทศไทยเอง ซี่งมีเครื่องมือ บุคลากรและมาตรฐานต่าง ๆ สูงระดับ International ค่ะ

พอ Ultrasound เสร็จ ก็เข้าพบคุณหมดที่บีฝากครรภ์ด้วย  Baby ตัวเล็กหัวใจเต้นแรงเสียงดังฟังชัด Baby’s Heartbeat @ 160 bpm นะคะ  แต่ผลเลือดบีบ่งว่า Vitamin D ยังไม่ค่อยเด้งขึ้นมาอีกเลยแม้แต่นิดเดียว ยังเป็น 24ng/ml เอง คุณหมอเลยให้ทาน VitD3 เพิ่มจาก อาทิตย์ละ 20,000IU เป็น 30,000IU ค่ะ  

ช่วงนี้ทานวิตามินอะไร?

เนื่องจากบีกำลังจะเข้าไตรมาสที่ 2 แล้ว คุณหมอจึงให้เริ่มทาน Prenatals Vitamin ต่าง ๆ สรุปไว้ที่ด้านล่างตรงนี้นะคะ

  • Vitamin D3 10,000ID x 3 time per week (เพราะวิตามิน D ยังต่ำอยู่มาก) สำหรับ Vitamin D โดสสูงอย่างนี้ ร้านขายยาไม่มีขายนะคะ ทาง Lab สมิติเวชทำเองค่ะ
  • Folic Acid 5mg everyday (บีต้องทานเยอะ เพราะเม็ดเลือด Haemoglobin E trait ค่ะ) สำหรับ Folic Acid 5mg บีจะซื้อเองเป็นแผง ๆ จากร้านขายยาทั่วไป จะราคาถูกกว่าในโรงพยาบาลมาก ๆๆๆๆ ค่ะ
  • Prenatals Vitamin (Obimin AZ) everyday
  • Fish Oil Omega 3 DHA 1000mg everyday (เพื่อบำรุงสมอง Baby ตัวเล็ก) บีซื้อเอง ของ Blackmore ค่ะ
  • Iron ของ OroFer ธาตุเหล็ก 100mg everyday (บีมีอาการเลือดจางค่ะ)

ทีนี้คุณหมอบอกว่า อาการข้างเคียงของการทานธาตุเหล็กเสริม คือ จะทำให้ท้องผูก พอบีได้ยินก็อยากจะร้องไห้ เพราะที่ผ่านมาก็ผูกจะแย่อยู่แล้ว ฮือ ๆ #แล้วฉันจะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้อย่างไร คุณหมอเลยแนะนำให้ทาน Agiolax Laxative Granules ทานทุกคืนก่อนนอนค่ะ

Agiolax เป็น stool softener ที่ไม่ส่งผลให้ลำให้บีบตัว เป็น fiber ผสมกับ Senna หรือชามะขามแขกปริมาณที่น้อยมาก ๆ ถือว่าอ่อนมาก ๆ เพราะฉะนั้นทานแล้วจะไม่มีการปวดท้องมวน ปวดตะคริวหรือปวดบิดเหมือนเวลาเราทานยามะขามแขกแรก ๆ เหมาะและปลอดภัยสำหรับคนท้องมากค่ะ สำหรับ Agiolax นี้บีสั่งซื้อเองนอก ร.พ. เพราะราคาจะถูกกว่าค่ะ บริษัทที่บีสั่งซื้อ ชื่อ Be Better Pharm ค่ะ >>> https://www.bebetter.co.th/shop/agiolax-granules-100-g/

Week 13: Last week of 1st Trimester | General Overview

ช่วงส่งต่อจากไตรมาสที่ 1 เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 นี้ ภายในอาทิตย์เดียวนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเแบบที่เห็นได้ชัด คือ

  • ช่วงนี้เริ่มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำแค่ครั้งละ 2-3 ครั้ง จากเดิม 6-7 ครั้ง
  • บีเริ่มรู้สึกสดชื่นขึ้น แข็งแรงและมีกำลังวังชาขึ้น อาหารเหนื่อย ง่วง เพลีย เริ่มซาลง
  • อาหารหิวบ้าระห่ำเริ่มซาลง ยังหิว กินเยอะและกินบ่อยอยู่ แต่ไม่ถึงกับหน้ามืด ตาลาย แบบชั้นหิวมากชั้นต้องกินตอนนี้!!! ไม่มีแล้ว
  • น้ำหนักขึ้นมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไม่ถึง 2 โลค่ะ แต่น้ำหนักไม่ได้ลดเลยเพราะไม่ได้มีอาการแพ้ท้อง บีดูมีเนื้อมีหนังขึ้นและ firm น้อยลง แต่ Baby Bump ยังไม่ค่อยออกอยู่ดี

อย่างไรก็ตาม คุณหมอก็แนะนำไว้ว่า อย่าเพิ่งไปออกกำลังกายนะ อย่าเดินเยอะนะ รอให้ลูกเตะก่อนค่อยเริ่มกิจกรรมได้ ช่วงนี้ก็สบาย ๆ กินอาหารและวิตามินบำรุงไป อย่าทานเค็ม และให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ ทุกวัน

พอบีรู้สึกสบายขึ้น เลยออกทริปไปหัวหินกับคุณเบนสามีสุดที่รักและคุณพ่อคุณแม่ไปซะเลย มีรูป Baby Bump ที่ดูไม่ค่อยเห็นว่าเป็น Bump มาลง ปิดท้ายโพสต์นี้ให้ดูกันด้านล่างค่ะ

Baby Bump @ 13 weeks! Almost not visible แทบจะไม่เห็น bump ค่ะ
Baby Bump @ 13 weeks – Tiny!

รอติดตามโพสต์ต่อไป My Pregnancy Journey – 2nd Trimester | การตั้งครรภ์ครั้งแรก ไตรมาสที่ 2 ของ Mama Bee กันนะคะ อย่าลืม subscribe blog หรือ Follow บน FB IG จะได้ไม่พลาดกันนะคะ 🙂

Bee’s Journey Facebook Page: https://www.facebook.com/BeeXoomsai

Bee’s Journey Instagram: http://instagram.com/beexoomsai

Bee Xoomsai

Bee’s Journey

Loading

You may also like

Leave a Reply